หน้าแรก                 
วารสาร มฉก.วิชาการ
งานพัฒนาศักยภาพการวิจัยและตำรา
งานพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ


   
         TOP

   หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ

  
 การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
         สำหรับอาจารย์ประจำ
         วิธีปกติ
       
  ตำแหน่ง ผศ.           
        
  ตำแหน่ง รศ.
        
  ตำแหน่ง ศ.

         วิธีพิเศษ

  
 การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
          สำหรับอาจารย์พิเศษ

    + คำจำกัดความผลงานทางวิชาการ ลักษณะการเผยแพร่และผลงานทางวิชาการ
ที่จำแนกตามระดับคุณภาพ

       

    
   
จำนวนผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
  
   
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม


                          งานพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ

หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ   
      
> ข้อบังคับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ว่าด้วย การประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. 2556 (เพิ่มเติมครั้งที่ 1)
      
> ข้อบังคับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ว่าด้วย การประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ พ.ศ. 2556

>ประกาศมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ 125/2556 เรื่อง แนวปฏิบัติการเผยแพร่ผลงานวิจัย และการเสนอบทความเพื่อขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

>ประกาศมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ 126/2556 เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการสอนของผู้เสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

>ประกาศมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ 081/2557 เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่มีผลงานทางวิชาการเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานภาระงาน


  การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการสำหรับอาจารย์ประจำ

        การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติ

        คณะกรรมการวิชาการประจำคณะพิจารณาคุณสมบัติ การประเมินผลการสอน และผลงานทางวิชาการ และเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

        ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์  

        1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
           ผู้มีสิทธิ์ยื่นเสนอขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ได้นั้น จะต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์ ดังนี้  
            - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์และได้ปฏิบัติหน้าที่ในอาจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 9 ปี
            - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโทหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์และได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
            - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์และได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

    
         การนับระยะเวลาที่เคยเป็นอาจารย์รวมเป็นเวลาในการเสนอขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ให้คำนวณนับ ดังนี้
           กรณีเคยเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย / สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ / สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอื่น
           - อาจารย์ประจำและได้ทำการสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่ง สามารถนำเวลาที่เคยสอนมานับรวมเป็นเวลาในการเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการได้เต็มเวลา
           - อาจารย์พิเศษและได้ทำการสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งซึ่งเทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสองหน่วยกิต ตามระบบทวิภาค โดยคำนวณเวลาทำการสอนดังกล่าวได้สามในสี่ของเวลาที่ทำการสอน
           กรณีเคยเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย / สถาบันในต่างประเทศที่คณะกรรมการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนรับรอง
            - อาจารย์ประจำให้คำนวณนับรวมได้เต็มเวลาที่สอน
            - อาจารย์พิเศษสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งซึ่งเทียบค่าได้ไม่น้อยกว่าสองหน่วยกิตตาม
ระบบทวิภาค ให้คำนวณนับรวมเวลาได้สามในสี่ของเวลาที่สอน
           ในกรณีที่อาจารย์ได้รับวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำ สามารถนำเวลาปฏิบัติงานก่อนและหลังจากได้รับวุฒิเพิ่มขึ้นมารวมกันได้ตามอัตราส่วนของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 1  
           ในกรณีที่อายุงานไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1 อาจเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการได้ ทั้งนี้ ผลงานทางวิชาการจะต้องดีเด่นเป็นพิเศษ และทางมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญในสาขานั้น ๆ อย่างแท้จริง

        2.  ผลการสอน  
             ผู้ขอมีชั่วโมงสอนประจำวิชาใดวิชาหนึ่งที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยและมีความชำนาญในการสอน และเสนอเอกสารประกอบการสอน ที่ผลิตขึ้นสำหรับการสอนทั้งรายวิชา ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา หรือเทียบค่าเท่ากับ 2 หน่วยกิต คิดเป็นชั่วโมงการสอน ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งมีคุณภาพดีและได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว
             การประเมินผลการสอน ประกอบด้วย
              1. การประเมินผลการสอนโดยนักศึกษา   ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนดในรายวิชาที่เสนอเอกสารประกอบการสอน
              2. การประเมินผลการสอนและเอกสารประกอบการสอน โดยกำหนดให้คณะวิชาของผู้เสนอขอ แต่งตั้งคณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ประกอบด้วย คณบดี หัวหน้าสาขา     (ถ้ามี) ผู้แทนอาจารย์ จำนวน 1 - 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการและอาจคัดเลือกจากผู้มีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ที่เสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลการสอน และเอกสารประกอบการสอน ของผู้เสนอขอ ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนด  
                
        3.  ผลงานทางวิชาการ  ประกอบด้วย
             (1) ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือ
             (2) ผลงานวิชาการรับใช้สังคม ซึ่งมีคุณภาพดี โดยผลงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ตามภาระงานซึ่งมหาวิทยาลัยหรือคณะวิชาให้ความเห็นชอบ และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด รวมทั้งได้รับการรับรองการใช้ประโยชน์ต่อสังคม โดยปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรมโดยประจักษ์ต่อสาธารณะ หรือ
             (3) ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดหรือ
             (4) ผลงานแต่งหรือเรียบเรียง ตำรา หนังสือหรือบทความทางวิชาการ ซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

โดยผลงานทางวิชาการสำหรับการเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการทุกตำแหน่ง ต้องเป็นผลงานที่มีทิศทางการศึกษาหรือวิจัยตามกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีตามความเหมาะสมของแต่ละสาขาวิชา ดังต่อไปนี้                 
             1 สอดคล้องกับศักยภาพหรือทรัพยากรของแต่ละพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ
             2 เพื่อให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก
             3 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
             4 พัฒนาและส่งเสริมชุมชนหรือสังคมให้มีความเข้มแข็ง
             5 ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงวิชาการ


        4. จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ในการพิจารณากำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ดังนี้
           (1) ต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนและไม่ลอกเลียนผลงานของผู้อื่น รวมทั้งไม่นำผลงานของตนเองในเรื่องเดียวกับไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ ในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นผลงานใหม่
           (2) ต้องให้เกียรติและอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในผลงานทางวิขาการของตนเองและแสดงหลักฐานของการค้นคว้า
           (3) ต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ทางวิชาการจนละเลยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นและสิทธิมนุษยชน
           (4) ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการศึกษาโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีอคติมาเกี่ยวข้อง และเสนอผลงานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการวิจัยโดยหวังผลประโยชน์ส่วนตัว หรือต้องการสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น และเสนอผลงานตามความเป็นจริงไม่ขยายข้อค้นพบโดยปราศจากการตรวจสอบยืนยันในทางวิชาการ
          (5) ต้องนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย


        5. การเสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ          ให้คณะวิชาเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของมหาวิทยาลัย ตามแบบคำขอฯ ที่มหาวิทยาลัยกำหนดพร้อมด้วยผลงานทางวิชาการ  โดยให้ระบุสาขาวิชาที่เสนอขอจากวิชาที่ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนและผลงานทางวิชาการที่ทำขึ้น
ทั้งนี้ผลงานทางวิชาการที่เสนอเพื่อประกอบการพิจารณา  หากเป็นผลงานทางวิชาการที่ทำร่วมกัน จะต้องระบุสัดส่วนในการทำไว้อย่างชัดเจนและมีหนังสือรับรองพร้อมลายมือชื่อของผู้ร่วมงานทุกคน โดยมีลักษณะการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการดังนี้
        (1) ผลงานทางวิชาการที่เสนอเพื่อประกอบการพิจารณาต้องเป็นงานที่ผู้ขอต้องเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการเอง    
        (2) ถ้าเป็นงานที่ผู้ขอมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการ   ผู้ขอจะต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50  และต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักในเรื่องนั้น
        (3) สำหรับการมีส่วนร่วมในผลงานวิจัย  ผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือ  ผู้ขอต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักในผลงานวิจัยเรื่องนั้นและต้องมีผลงานวิจัยอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวเนื่องสอดคล้องกัน   ซึ่งแสดงปริมาณผลงานวิจัยรวมกันแล้วเทียบได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50  ของผลงานวิจัยหนึ่งเรื่อง
       (4) ในกรณีงานวิจัยที่เป็นชุดโครงการ RESEARCH PROGRAM ผู้ขอจะต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักในบางโครงการ (ของชุดโครงการนั้น) อย่างน้อย 1 เรื่อง และมีปริมาณผลงานรวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 50  
       (5) ในกรณีงานวิจัยที่ดำเนินการเป็นชุดต่อเนื่องกัน ผู้ขอจะต้องเป็นผู้ดำเนินการหลักและมีปริมาณผลงานรวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

ผู้ดำเนินการวิจัยหลัก หมายถึง บุคคลที่มีบทบาทและความรับผิดชอบสำคัญในการออกแบบการวิจัย (Research Design) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) และการสรุปผลการวิจัยและให้ข้อเสนอแนะ (Research Summary and Recommendation)


      ตำแหน่งรองศาสตราจารย์
      1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
           ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

      2. ผลการสอน   การพิจารณาการขอดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ประกอบด้วยการประเมินผลการสอน และผลงานทางวิชาการ
           การประเมินผลการสอน ผู้ขอจะต้องจัดทำเอกสารคำสอน ในวิชาที่สอนทั้งรายวิชา ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา หรือเทียบค่าเท่ากับ 2 หน่วยกิต คิดเป็นชั่วโมงการสอน ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งมีคุณภาพดีและได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว
           การประเมินผลการสอน ประกอบด้วย
           1. การประเมินผลการสอนโดยนักศึกษา   ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนดในรายวิชาที่เสนอเอกสารคำสอน
           2. การประเมินผลการสอนและเอกสารคำสอน โดยกำหนดให้คณะวิชาของผู้เสนอขอ แต่งตั้งคณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ประกอบด้วย คณบดี หัวหน้าสาขา (ถ้ามี) ผู้แทนอาจารย์ จำนวน 1 - 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการและอาจคัดเลือกจากผู้มีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ที่เสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลการสอน และเอกสารคำสอน ของผู้เสนอขอ ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนด  

         
      
3. ผลงานทางวิชาการ  ประกอบด้วย
           
(1)  ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดี  และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด  ทั้งนี้  ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใด ๆ หรือ
           (2)  ผลงานวิชาการรับใช้สังคม ซึ่งมีคุณภาพดี โดยผลงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ตามภาระงานซึ่งมหาวิทยาลัยหรือคณะวิชาให้ความเห็นชอบ และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด รวมทั้งได้รับการรับรองการใช้ประโยชน์ต่อสังคม โดยปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรมโดยประจักษ์ต่อสาธารณะ  หรือ
           (3)  ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นซึ่งมีคุณภาพดี และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด  และ
           (4)  ผลงานแต่งหรือเรียบเรียงตำรา หรือหนังสือ ซึ่งมีคุณภาพดีและได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ ที่คณะกรรมการกำหนด

              ผลงานทางวิชาการ จะต้องไม่ซ้ำกับผลงานที่ได้เคยใช้สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์มาแล้ว ทั้งนี้จะต้องมีผลงานทางวิชาการที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้วย

โดยผลงานทางวิชาการสำหรับการเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการทุกตำแหน่ง ต้องเป็นผลงานที่มีทิศทางการศึกษาหรือวิจัยตามกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีตามความเหมาะสมของแต่ละสาขาวิชา ดังต่อไปนี้                 
             1 สอดคล้องกับศักยภาพหรือทรัพยากรของแต่ละพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ
             2 เพื่อให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลก
             3 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
             4 พัฒนาและส่งเสริมชุมชนหรือสังคมให้มีความเข้มแข็ง
             5 ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงวิชาการ

     
4. จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ในการพิจารณากำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการตามที่กำหนดไว้ในการขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

  

        ตำแหน่งศาสตราจารย์    

         1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
             ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ได้นั้น จะต้องดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

         
2. ผลการสอน   การพิจารณาการขอดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ประกอบด้วยการประเมินผลการสอน และผลงานทางวิชาการ
             การประเมินผลการสอน ผู้ขอจะต้องจัดทำเอกสารคำสอน ในวิชาที่สอนทั้งรายวิชา ไม่น้อยกว่า 1 รายวิชา หรือเทียบค่าเท่ากับ 2 หน่วยกิต คิดเป็นชั่วโมงการสอน ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง ซึ่งมีคุณภาพดีและได้ใช้ประกอบการสอนมาแล้ว
             การประเมินผลการสอน ประกอบด้วย
              1. การประเมินผลการสอนโดยนักศึกษา   ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนดในรายวิชาที่เสนอเอกสารคำสอน
              2. การประเมินผลการสอนและเอกสารคำสอน โดยกำหนดให้คณะวิชาของผู้เสนอขอ แต่งตั้งคณะกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ประกอบด้วย คณบดี หัวหน้าสาขา (ถ้ามี) ผู้แทนอาจารย์ จำนวน 1 - 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการและอาจคัดเลือกจากผู้มีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ที่เสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลการสอน และเอกสารคำสอน ของผู้เสนอขอ ตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนด  
       
         
 3. ผลงานทางวิชาการ  ผู้ขออาจเสนอผลงานทางวิชาการได้ 2 แบบ ดังนี้

               แบบที่ 1
               (1) ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือ
               (2) ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการเผยแผร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด และ
               (3) งานแต่งตำราหรือหนังสือ ซึ่งมีคุณภาพดีมาก และได้รับการผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

               แบบที่ 2
               (1) ผลงานวิจัยซึ่งมีคุณภาพดีเด่น และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ไม่นับงานวิจัยที่ทำเป็นส่วนของการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรใดๆ หรือ
               (2) ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นซึ่งมีคุณภาพดีเด่น และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด หรือ
               (3) งานแต่งตำรา หรือหนังสือ ซึ่งมีคุณภาพดีเด่น และได้รับการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

              
  ผลงานทางวิชาการ แบบที่ 1 และแบบที่ 2 จะต้องไม่ซ้ำกับผลงานที่ได้เคยใช้สำหรับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์มาแล้ว ทั้งนี้จะต้องมีผลงานทางวิชาการที่เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ด้วย

         4 จริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ในการพิจารณากำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการตามที่กำหนดไว้ในการขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์


     การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีพิเศษ
        การยื่นเสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีพิเศษนั้น จะต้องมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยอาจเสนอแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์ ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ต่างไปจากที่กำหนดไว้ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นได้ เช่น การเสนอแต่งตั้งอาจารย์ประจำให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ โดยที่ผู้นั้นมิได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์มาก่อน หรือเสนอขอแต่งตั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งยังไม่ครบระยะเวลาที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ หรือการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นโดยเปลี่ยนแปลงสาขาวิชาเชี่ยวชาญ โดยดำเนินการ ดังนี้

           ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์วิธีพิเศษและรองศาสตราจารย์วิธีพิเศษ

           
ให้เสนอผลงานทางวิชาการและให้ดำเนินการตามวิธีการเช่นเดียวกับการแต่งตั้งตำแหน่ง      ผู้ช่วยศาสตราจารย์   และรองศาสตราจารย์โดยวิธีปกติ  โดยให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน 5 คน  พิจารณาผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ  โดยการตัดสินของที่ประชุมต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 เสียง
           ทั้งนี้ผลงานทางวิชาการต้องมีปริมาณและคุณภาพของผลงานทางวิชาการที่แสดงความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น และผลงานทางวิชาการต้องมีคุณภาพในระดับดีมาก

          
            ตำแหน่งศาสตราจารย์วิธีพิเศษ 
          
ให้เสนอผลงานทางวิชาการได้เฉพาะ แบบที่ 1 เท่านั้นและให้ดำเนินการตามวิธีการเช่นเดียวกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีปกติ  โดยให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน พิจารณาผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ   โดยการตัดสินของที่ประชุมต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 เสียง
          ทั้งนี้ผลงานทางวิชาการต้องมีปริมาณและคุณภาพของผลงานทางวิชาการที่แสดงความเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น และผลงานทางวิชาการต้องมีคุณภาพในระดับดีเด่น


  การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ  สำหรับอาจารย์พิเศษ   

        การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการสำหรับอาจารย์พิเศษ โดยวิธีปกติ
        อาจารย์พิเศษสามารถเสนอขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ และศาสตราจารย์พิเศษ โดยมีการดำเนินการดังต่อไปนี้

        ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ  

       
1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
             ดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษ จะต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์พิเศษ ดังนี้
             - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 9 ปี
             - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโทหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
             - ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอกหรือเทียบเท่าต้องดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

             ทั้งนี้ ต้องทำการสอน ร่วมทำการสอนหรือควบคุมการปฏิบัติงานของนักศึกษาในวิชาตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัย ในขณะที่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

         2. ผลการสอนและการเสนอผลงานทางวิชาการ ในการเสนอขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ดำเนินการเช่นเดียวกับการเสนอขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ของอาจารย์ประจำ

         ตำแหน่งรองศาสตราจารย์พิเศษ  
               
          
 1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
           2. ผลการสอนและการเสนอผลงานทางวิชาการ ในการเสนอขอดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์พิเศษ ดำเนินการเช่นเดียวกับการเสนอขอดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ของอาจารย์ประจำ
  

          ตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ  
               
         
 1. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์พิเศษและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
          2. ผลการสอนและการเสนอผลงานทางวิชาการ ในการเสนอขอดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ ดำเนินการเช่นเดียวกับการเสนอขอดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของอาจารย์ประจำ Link

           การขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการสำหรับอาจารย์พิเศษ โดยวิธีพิเศษ
       
    การขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ และศาสตราจารย์พิเศษ โดยวิธีพิเศษ ดำเนินการเช่นเดียวกับการขอดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ รองศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษ และศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษของอาจารย์ประจำ
 
  

                      TOP