หน้าแรก                 
วารสาร มฉก.วิชาการ
งานพัฒนาศักยภาพการวิจัยและตำรา
งานพัฒนาตำแหน่งทางวิชาการ


         

                  TOP


   การเสนอขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย

  
  + หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ

  + คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน

  + ประเภทของงานวิจัยที่สนับสนุน

  + การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน
      อุดหนุนการวิจัย

  + การดำเนินการหลังได้รับทุนอุดหนุน
     

  + การรายงานผลความก้าวหน้า

  + การส่งร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

  + การปิดโครงการวิจัยและ
      การเบิกเงินงวดสุดท้าย

  + การขอขยายเวลาการดำเนินการวิจัย

 + การพิมพ์และรูปแบบการพิมพ์

  + ตัวอย่างรูปแบบการพิมพ์

  + ส่วนประกอบของบทคัดย่อ

  + รูปแบบบทคัดย่อ

   + การอ้างอิงและบรรณานุกรม
   
 
   
ทุนอุดหนุนการวิจัยและตำรา

   จำนวนโครงการวิจัยและตำรา

    บทคัดย่องานวิจัย
  
   
แหล่งทุนวิจัยภายนอก

    ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม


                                 งานพัฒนาศักยภาพการวิจัย

หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ 
      
          การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติมีแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้
         1. ศึกษาระเบียบมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  ว่าด้วย  หลักเกณฑ์การให้ทุนอุดหนุนการส่งเสริมการวิจัย พ.ศ.2540
         2. ศึกษาประกาศมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่ 44/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย ประกาศที่ 89/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย ฉบับที่ 2  และประกาศมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่ 50/2546 เรื่อง แนวปฏิบัติการดำเนินโครงการวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากภายนอกมหาวิทยาลัย 
        3. จัดทำโครงร่างการวิจัยที่จะเสนอขอรับทุนตามแบบแนวทางการเสนอโครงการวิจัย จำนวน 1 ชุด เสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
        4. ส่งโครงร่างการวิจัยที่ผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบแล้ว จำนวน 14 ชุด ให้สำนักพัฒนาวิชาการ
        5. รอผลการพิจารณาโครงการวิจัยจากคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา ซึ่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาวิชาการในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการดังกล่าว จะเป็นผู้แจ้งให้ทราบ


หมายเหตุ : ดูรายละเอียดระเบียบฯ และประกาศฯ ได้จากคู่มือการเสนอขอรับทุนอุดหนุนและการจัดทำรายงานการวิจัย ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2546
              


  คุณสมบัติของผู้ขอรับทุนอุดหนุน

     1. ผู้ขอรับทุน จะต้องเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งเป็นบุคลากรประจำของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างลาศึกษาต่อ
     2. ผู้ขอรับทุน จะเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยได้เพียง 1 โครงการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
     3. ให้ผู้ขอรับทุน เสนอโครงการวิจัยตามแบบ "แนวทางการเสนอโครงการวิจัย"
     4. ให้ผู้ขอรับทุนเสนอโครงการวิจัยต่อคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา

ประเภทของงานวิจัยที่สนับสนุน
     การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย ให้เสนอได้ 3 ประเภท คือ
     1. โครงการวิจัยระดับคณะ สนับสนุนงานวิจัยทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ และเกิดแนวโน้มในการทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนทุนอุดหนุนวิจัยไม่เกินโครงการละ 75,000 บาท
     2. โครงการวิจัยวิชาการทั่วไป สนับสนุนงานวิจัยทางวิชาการทุกประเภทตามความสนใจของผู้ขอ สนับสนุนทุนอุดหนุนวิจัยไม่เกินโครงการละ 50,000 บาท
     3. โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ สนับสนุนให้ทำการศึกษาวิจัยงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหางานในหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย กำหนดระยะเวลาในการทำวิจัย 1 ปี สนับสนุนทุนอุดหนุนวิจัยไม่เกินโครงการละ 25,000 บาท


  การเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย

      
(1) ผู้ขอรับทุนจัดทำโครงร่างการวิจัยที่จะเสนอขอรับทุนตามแบบแนวทางการเสนอโครงการวิจัย จำนวน 1 ชุด เสนอด่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการตรวจสอบโครงร่างการวิจัยเบื้องต้นก่อนแจ้งผู้ขอรับทุนจัดทำสำเนาโครงร่างการวิจัย จำนวน 14 ชุด
     (2) สำนักพัฒนาวิชาการ จัดทำระเบียบวาระเพื่อพิจารณาโครงร่างการวิจัยและนำเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา
     (3) สำนักพัฒนาวิชาการ จัดทำบันทึกเชิญผู้เสนอขอรับทุนเข้าร่วมนำเสนอโครงร่างการวิจัยในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา
     (4) สำนักพัฒนาวิชาการ แจ้งผลการพิจารณาโครงร่างการวิจัยผ่านผู้บังคับบัญชาให้ผู้ขอรับทุนทราบ            
     (5) ผู้ขอรับทุนแก้ไขโครงการวิจัยเรียบร้อยแล้ว ส่งโครงการวิจัยฉบับแก้ไขจำนวน 1 ชุด ผ่านผู้บังคับบัญชาก่อนเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ  เพื่อดำเนินการทำสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยต่อไป

            < แนวทางการเสนอโครงการวิจัย >  < คำชี้แจงและคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการเสนอโครงการวิจัย >
           
                 

   การดำเนินการหลังได้รับอนุมัติให้ทุนอุดหนุน
          การเบิกจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัย
          
         ในกรณีที่โครงการวิจัยมีระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป ผู้วิจัยสามารถเบิกจ่ายเงินประจำงวดได้เป็น 4 งวด ตามจำนวนเงินทุนที่ได้รับ ดังนี้
     
          งวดที่ 1
เมื่อได้ทำสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยแล้ว
          งวดที่ 2  เมื่อรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย ครั้งที่ 1
          งวดที่ 3  เมื่อรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย ครั้งที่ 2
          งวดที่ 4  เมื่อส่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โดยได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว
          ในกรณีที่โครงการวิจัยมีระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ผู้วิจัยสามารถเบิกจ่ายเงินประจำงวดเป็น 3 งวด คือ งวดที่ 1 งวดที่ 2 และงวดที่ 4
          การเบิกเงิน งวดที่ 1
   (1) ผู้รับทุนจัดทำสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย จำนวน 2 ฉบับเสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ
   (2) สำนักพัฒนาวิชาการ จัดทำบันทึกให้อธิการบดีลงนามในสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย และขออนุมัติเบิกเงินงวดที่ 1 โดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
   (3) อธิการบดีลงนามในสัญญาขอรับทุน และอนุมัติเบิกเงินงวดที่ 1
   (4) กองคลังดำเนินการเบิกจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 1 โดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
   (5) กองคลังแจ้งสำนักพัฒนาวิชาการ เพื่อสำเนาเรื่องอนุมัติโครงการวิจัยและสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 1
   (6) สำนักพัฒนาวิชาการแจ้งให้ผู้รับทุนรับเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 1 ที่กองคลัง
   
   
        การเบิกเงิน งวดที่ 2 และ งวดที่ 3
   (1) ผู้รับทุนส่งรายงานความก้าวหน้าตามแบบการรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย เสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ
   (2) สำนักพัฒนาวิชาการ จัดทำบันทึกขออนุมัติเบิกเงินต่ออธิการบดี โดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
   (3) อธิการบดีอนุมัติการเบิกเงิน งวดที่ 2 หรืองวดที่ 3
   (4) กองคลังดำเนินการเบิกจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 2 หรืองวดที่ 3 โดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
   (5) กองคลังแจ้งสำนักพัฒนาวิชาการเพื่อสำเนาเรื่องอนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 2 หรืองวดที่ 3
   (6) สำนักพัฒนาวิชาการแจ้งให้ผู้รับทุนรับเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 2 หรืองวดที่ 3 ที่กองคลัง

    หมายเหตุ :
              การเบิกเงินงวดที่ 2 ผู้รับทุนส่งรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1
              การเบิกเงินงวดที่ 3 ผู้รับทุนส่งรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 2 (เฉพาะโครงการวิจัยที่มีระยะเวลาเท่ากับหรือมากกว่า 1 ปี)


  

การรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย
 
   1. ในกรณีที่โครงการวิจัยมีระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ให้รายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัยให้คณะกรรมการทราบ 1 ครั้ง คือ เมื่อขออนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 2
       2. ในกรณีที่โครงการวิจัยมีระยะเวลาเท่ากับหรือมากกว่า 1 ปี ให้รายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัยให้คณะกรรมการทราบ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อขออนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัยงวดที่ 2 และครั้งที่ 2 เมื่อขออนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัย งวดที่ 3


       ส่วนประกอบของการรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัยให้มีรายละเอียดตามหัวข้อดังต่อไปนี้
        1. ชื่อโครงการวิจัย*
          2. ชื่อผู้วิจัย/ หัวหน้าโครงการและผู้ร่วมวิจัย
          3. ครั้งที่รายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย และช่วงระยะเวลาดำเนินการ
          4. วันเริ่มต้นและระยะเวลาการสิ้นสุดการได้รับทุน
          5. วัตถุประสงค์ของโครงการ
          6.รายงานผลงานวิจัยที่ได้ทำไปแล้ว ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าของผลการวิจัยที่ได้ดำเนินการ
          7. งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับตั้งแต่เริ่มโครงการ
          8. งานตามโครงการที่จะทำในงวดต่อไป
          9. คำชี้แจงและปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
         10. ความเห็นของผู้บังคับบัญชา
         11. รายชื่อและลายมือชื่อของผู้วิจัย/ หัวหน้าโครงการและผู้ร่วมวิจัย

  
      ดาวน์โหลดแบบฟอร์มรายงานผลความก้าวหน้าของการวิจัย

  * กรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อโครงการวิจัย ผู้รับทุนจะต้องชี้แจงรายละเอียดเพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนชื่อโครงการวิจัยจากคณะกรรมการก่อนการดำเนินการวิจัยขั้นต่อไป       


  การส่งร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์
      (1) ผู้รับทุนส่งร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน 3 ฉบับ เสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ เพื่อเสนอคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา
      (2) คณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัยและตำรา พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินคุณภาพงานวิจัย จำนวน 2 ท่าน
      (3) คณะกรรมการประเมินคุณภาพงานวิจัย ส่งผลการประเมินให้สำนักพัฒนาวิชาการ
      (4) สำนักพัฒนาวิชาการแจ้งผลการประเมินคุณภาพงานวิจัยผ่านผู้บังคับบัญชาให้ผู้รับทุนทราบ กรณีที่มีการแก้ไขให้ผู้รับทุนดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยตามระยะเวลาที่กำหนด
      (5) ผู้รับทุนส่งรายงานวิจัยฉบับแก้ไข เสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ เพื่อตรวจสอบก่อนจัดทำรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์


 การปิดโครงการวิจัยและการเบิกเงิน งวดสุดท้าย
   
 (1)  ผู้รับทุนส่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน 10 ฉบับ (ปกหนังสีดำ  ตัวหนังสือสีทอง) และจัดทำบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษตามรูปแบบบทคัดย่อลง Diskette
เสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการ   พร้อมทั้งรายงานสรุป การใช้เงินอุดหนุนการวิจัยจำแนกตามหมวดต่างๆ
   (2) สำนักพัฒนาวิชาการ  จัดทำบันทึกขออนุมัติปิดโครงการและเบิกเงินงวดสุดท้ายต่ออธิการบดี โดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
   (3) อธิการบดีอนุมัติปิดโครงการและการเบิกเงินงวดสุดท้าย
   (4) กองคลังดำเนินการเบิกจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดสุดท้ายโดยเสนอผ่านรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร    
   (5) กองคลังแจ้งสำนักพัฒนาวิชาการเพื่อสำเนาเรื่องอนุมัติทุนอุดหนุนการวิจัยงวดสุดท้าย     
   (6) สำนักพัฒนาวิชาการแจ้งให้ผู้รับทุนรับเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดสุดท้ายที่กองคลัง
   (7) สำนักพัฒนาวิชาการเผยแพร่รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ  1 ฉบับ   หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยหัวเฉียว    เฉลิมพระเกียรติ  จำนวน  1 ฉบับ ศูนย์บรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว   เฉลิมพระเกียรติจำนวน 5 ฉบับ และเก็บที่สำนักพัฒนาวิชาการจำนวน 3 ฉบับ
   

   การขอขยายเวลาการดำเนินการวิจัย
(1) ผู้รับทุนเสนอเรื่องขอขยายเวลาการทำวิจัย ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันสิ้นสุดการรับทุนต่อผู้บังคับบัญชาก่อนนำเสนอสำนักพัฒนาวิชาการโดยต้องส่งรายงานผล           การดำเนินงานและชี้แจงเหตุผลเพื่อประกอบการพิจารณาขยายเวลาการทำวิจัยด้วย
(2)  สำนักพัฒนาวิชาการ เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการส่งเสริมงานวิจัย และตำรา เพื่อพิจารณาขยายเวลา (การขยายเวลาทำได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน             และระยะเวลาในการขยายแต่ละครั้งอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ)
(3)  สำนักพัฒนาวิชาการแจ้งผลการพิจารณาผ่านผู้บังคับบัญชาให้ผู้ขอรับทุนทราบและปฏิบัติ (ในกรณีที่ไม่สามารถทำวิจัยได้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ           ซึ่งรวมระยะเวลาที่ขยายแล้ว   หรือผู้ให้ทุนพิจารณาเห็นสมควรระงับการให้ทุน ให้ผู้รับทุนคืนเงินทุนที่ได้รับไปทั้งหมดแก่ผู้ให้ทุนภายในระยะเวลา 90 วัน                         นับตั้งแต่วันผิดสัญญา หรือวันระงับทุน)  
     
                      TOP